โลโก้บริษัท มาย แอคเค้าน์ แอนด์ แทค จำกัดMY ACCOUNT & TAX CO.,LTD.ACCOUNTING MADE SIMPLEกลับหน้าแรก

คลังความรู้บัญชีและภาษี

เรื่องสำคัญที่เจ้าของธุรกิจ
อ่านแล้วนำไปใช้ได้จริง

สรุปให้เข้าใจง่าย พร้อมเช็กลิสต์สำหรับนำไปจัดระบบธุรกิจของคุณ

01

เปิดบริษัทใหม่ ต้องเตรียมเอกสารบัญชีอะไรบ้าง?

เริ่มจัดเอกสารให้ถูกตั้งแต่เดือนแรก จะช่วยลดปัญหาเอกสารตกหล่น บันทึกบัญชีผิดงวด และตามหลักฐานไม่ทันตอนยื่นภาษี

1. เอกสารประจำบริษัท

เก็บเป็นชุดกลางและอัปเดตทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง เพื่อให้นักบัญชีใช้ตรวจข้อมูลนิติบุคคลและจัดทำแบบได้ตรงกัน

  • ✓หนังสือรับรองบริษัท หนังสือบริคณห์สนธิ และบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น
  • ✓สำเนาบัตรประชาชนและทะเบียนบ้านของกรรมการผู้มีอำนาจ
  • ✓เอกสารสถานที่ตั้ง เช่น สัญญาเช่า หนังสือยินยอมใช้สถานที่ และแผนที่
  • ✓ใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ภ.พ.20 และเอกสารสาขา (ถ้ามี)
  • ✓เอกสารขึ้นทะเบียนนายจ้างและประกันสังคม เมื่อมีลูกจ้าง

2. เอกสารรายรับ

รายรับต้องเชื่อมโยงกันได้ตั้งแต่การขายจนถึงเงินเข้า ไม่ว่าจะรับเงินสด โอนเงิน หรือผ่านแพลตฟอร์ม

  • ✓ใบเสนอราคา ใบสั่งซื้อ สัญญา หรือหลักฐานตกลงให้บริการ
  • ✓ใบแจ้งหนี้ ใบเสร็จรับเงิน และใบกำกับภาษี (กรณีจด VAT)
  • ✓รายงานยอดขายจากหน้าร้าน เว็บไซต์ หรือมาร์เก็ตเพลส
  • ✓หลักฐานรับเงินและรายการเดินบัญชีธนาคารของบริษัท
  • ✓หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่ายที่ลูกค้าออกให้

3. เอกสารรายจ่ายและพนักงาน

หลักฐานควรระบุผู้ขาย ผู้ซื้อ รายการ วันที่ และจำนวนเงินให้ชัด พร้อมเก็บหลักฐานการจ่ายเงินประกอบ

  • ✓ใบกำกับภาษี ใบเสร็จรับเงิน ใบแจ้งหนี้ และใบส่งของจากผู้ขาย
  • ✓หลักฐานโอนเงิน ใบสำคัญจ่าย และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่าย
  • ✓สัญญาซื้อขาย สัญญาจ้าง หรือสัญญาเช่าที่เกี่ยวข้อง
  • ✓ทะเบียนทรัพย์สิน เช่น คอมพิวเตอร์ รถ หรือเครื่องจักรของบริษัท
  • ✓สัญญาจ้าง เงินเดือน ค่าล่วงเวลา ประกันสังคม และสวัสดิการพนักงาน
CHECKLIST

สิ่งที่ควรทำต่อจากบทความนี้

  1. 01แยกบัญชีธนาคารและเงินส่วนตัวออกจากเงินของบริษัท
  2. 02ส่งเอกสารให้นักบัญชีเป็นรอบทุกเดือน ไม่รอจนปลายปี
  3. 03ตั้งชื่อไฟล์เป็น วันที่–ผู้ขาย/ลูกค้า–จำนวนเงิน เพื่อค้นหาได้ง่าย
  4. 04เก็บทั้งต้นฉบับและสำเนาดิจิทัลอย่างเป็นระบบ
  5. 05กฎหมายบัญชีกำหนดให้เก็บบัญชีและเอกสารประกอบไม่น้อยกว่า 5 ปีนับแต่วันปิดบัญชี

แหล่งข้อมูลอ้างอิงตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 27 สิงหาคม 2569

พระราชบัญญัติการบัญชี พ.ศ. 2543 — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า คู่มือทำธุรกิจ — กรมพัฒนาธุรกิจการค้า
02

จด VAT เมื่อไร และผู้ประกอบการควรรู้อะไรก่อนตัดสินใจ

VAT ไม่ได้ดูแค่ว่าบริษัทมีกำไรหรือไม่ แต่ดูประเภทกิจการและยอดรายรับจากการขายสินค้าหรือให้บริการที่อยู่ในบังคับ VAT

กรณีที่ควรติดตามยอดใกล้ชิด

อย่ารอให้ครบสิ้นปีแล้วค่อยตรวจ เพราะกำหนดเวลาเริ่มนับทันทีเมื่อรายรับเกินเกณฑ์

  • ✓ยอดขายหรือค่าบริการกำลังเข้าใกล้ 1.8 ล้านบาทต่อปี
  • ✓มีสัญญาหรืองานก้อนใหญ่ที่ทำให้ยอดรายรับข้ามเกณฑ์
  • ✓ลูกค้าหลักเป็นบริษัทที่ต้องการใบกำกับภาษีเต็มรูป
  • ✓มีการขายหลายช่องทาง ต้องรวมยอดที่เกี่ยวข้องให้ครบ

ก่อนจด VAT ต้องคิดเรื่องอะไร

การจด VAT กระทบทั้งราคา เอกสาร และงานประจำเดือน จึงควรวางระบบก่อนวันที่เริ่มเป็นผู้ประกอบการจดทะเบียน

  • ✓ราคาขายที่แจ้งลูกค้ารวม VAT แล้วหรือยัง และกำไรขั้นต้นยังเหมาะสมหรือไม่
  • ✓ระบบออกใบกำกับภาษีมีข้อมูลครบและเลขที่เอกสารต่อเนื่องหรือไม่
  • ✓ค่าใช้จ่ายหลักได้รับใบกำกับภาษีที่ใช้เป็นภาษีซื้อได้หรือไม่
  • ✓ทีมขายและแอดมินเข้าใจวันที่เกิดภาษีและวิธีแก้เอกสารหรือไม่
  • ✓กิจการเข้าข่ายยกเว้น VAT หรือมีเงื่อนไขเฉพาะหรือไม่

หลังจดแล้วมีหน้าที่อะไร

ผู้ประกอบการจดทะเบียนต้องทำงาน VAT ต่อเนื่องทุกเดือน แม้บางเดือนจะไม่มีรายรับ

  • ✓ออกใบกำกับภาษีและจัดทำรายงานภาษีขายให้ถูกต้อง
  • ✓ตรวจใบกำกับภาษีซื้อก่อนนำมาใช้หักออกจากภาษีขาย
  • ✓ยื่นแบบ ภ.พ.30 เป็นรายเดือน แม้เดือนนั้นไม่มีรายการ
  • ✓เก็บใบกำกับภาษี รายงาน และหลักฐานการยื่นแบบให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
  • ✓อัตรา VAT ปัจจุบันอยู่ที่ 7% และขยายถึง 30 กันยายน 2570 ตามกฎหมายที่มีผลล่าสุด
CHECKLIST

สิ่งที่ควรทำต่อจากบทความนี้

  1. 01ทำรายงานยอดรายรับสะสมทุกเดือน
  2. 02ตรวจว่ารายได้แต่ละประเภทอยู่ในบังคับ VAT หรือได้รับยกเว้น
  3. 03จำลองราคาขายก่อนและหลัง VAT ก่อนประกาศราคา
  4. 04เตรียมระบบใบกำกับภาษีและผู้รับผิดชอบเอกสาร
  5. 05ขอคำแนะนำก่อนถึงเกณฑ์ หากธุรกิจมีหลายประเภทหรือหลายสาขา

แหล่งข้อมูลอ้างอิงตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 27 สิงหาคม 2569

ผู้มีหน้าที่จดทะเบียน VAT และกำหนดเวลา — กรมสรรพากร วิธีการจดทะเบียน VAT — กรมสรรพากร กฎหมายขยายอัตรา VAT 7% ถึง 30 กันยายน 2570 — กรมสรรพากร
03

ค่าใช้จ่ายแบบไหนบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้

คำว่า “จ่ายด้วยเงินบริษัท” ไม่ได้แปลว่าเป็นค่าใช้จ่ายทางภาษีได้ทุกกรณี ต้องดูความเกี่ยวข้องกับกิจการ ความสมเหตุสมผล และหลักฐานประกอบร่วมกัน

ค่าใช้จ่ายที่พบได้ทั่วไป

รายการต่อไปนี้มักเป็นค่าใช้จ่ายของกิจการได้ เมื่อเกิดขึ้นจริงเพื่อหารายได้หรือดำเนินธุรกิจ และมีเอกสารรองรับ

  • ✓ต้นทุนสินค้า วัตถุดิบ ค่าบรรจุภัณฑ์ และค่าขนส่ง
  • ✓ค่าเช่าสำนักงาน ค่าน้ำ ค่าไฟ โทรศัพท์ และอินเทอร์เน็ต
  • ✓ค่าโฆษณา การตลาด ค่าคอมมิชชัน และค่าธรรมเนียมแพลตฟอร์ม
  • ✓เงินเดือน ค่าจ้าง ประกันสังคม และสวัสดิการตามระเบียบบริษัท
  • ✓ค่าบริการวิชาชีพ ซอฟต์แวร์ ธนาคาร และระบบที่ใช้ในกิจการ
  • ✓ทรัพย์สินที่ใช้เกินหนึ่งรอบบัญชี ซึ่งโดยหลักต้องทยอยรับรู้เป็นค่าเสื่อมราคา

รายการที่ควรระวัง

บางรายการลงบัญชีได้ แต่ถูกบวกกลับตอนคำนวณภาษี หรือหักได้ภายใต้เพดานและเงื่อนไข จึงไม่ควรสรุปจากชื่อรายการเพียงอย่างเดียว

  • ✓ค่าใช้จ่ายส่วนตัวของกรรมการ ผู้ถือหุ้น หรือครอบครัว
  • ✓รายจ่ายที่ระบุผู้รับไม่ได้ หรือไม่มีหลักฐานการรับเงินและรายละเอียดงาน
  • ✓ค่าปรับ เบี้ยปรับ และเงินเพิ่มทางภาษี
  • ✓ค่ารับรอง ของขวัญ และเงินบริจาคที่มีเงื่อนไขหรือข้อจำกัด
  • ✓การซื้อทรัพย์สินแล้วบันทึกเป็นค่าใช้จ่ายทั้งก้อนโดยไม่พิจารณาค่าเสื่อมราคา
  • ✓รายจ่ายที่เกี่ยวข้องกับภาษีหัก ณ ที่จ่าย แต่ไม่ได้ดำเนินการให้ถูกต้อง

เอกสารขั้นต่ำที่ควรมี

หลักฐานที่ดีควรเล่าได้ว่าใครจ่าย จ่ายให้ใคร จ่ายเรื่องอะไร เมื่อไร เท่าไร และเกี่ยวกับธุรกิจอย่างไร

  • ✓ใบเสร็จรับเงินหรือใบกำกับภาษีที่ระบุชื่อและเลขประจำตัวผู้เสียภาษีถูกต้อง
  • ✓ใบแจ้งหนี้ สัญญา ใบสั่งซื้อ หรือขอบเขตงาน
  • ✓หลักฐานโอนเงินหรือใบสำคัญจ่ายที่ผู้รับลงนาม
  • ✓หนังสือรับรองภาษีหัก ณ ที่จ่าย เมื่อรายการนั้นมีหน้าที่ต้องหัก
  • ✓บันทึกอนุมัติหรือคำอธิบายเพิ่มเติมสำหรับรายการที่ไม่เป็นปกติ
CHECKLIST

สิ่งที่ควรทำต่อจากบทความนี้

  1. 01อย่าใช้บัญชีบริษัทจ่ายค่าใช้จ่ายส่วนตัวปะปน
  2. 02ขอเอกสารในชื่อบริษัททุกครั้งที่ทำได้
  3. 03เขียนวัตถุประสงค์ทางธุรกิจไว้ในหลักฐานสำหรับรายการที่ไม่ชัดเจน
  4. 04ส่งเอกสารให้นักบัญชีตรวจภายในเดือนที่เกิดรายการ
  5. 05รายการมูลค่าสูงหรือมีบุคคลเกี่ยวข้อง ควรปรึกษาก่อนชำระเงิน

แหล่งข้อมูลอ้างอิงตรวจสอบข้อมูลล่าสุดเมื่อ 27 สิงหาคม 2569

เงื่อนไขการคำนวณกำไรสุทธิ มาตรา 65 ทวิ — กรมสรรพากร รายจ่ายต้องห้ามตามมาตรา 65 ตรี — กรมสรรพากร
แต่ละธุรกิจมีรายละเอียดต่างกัน

ไม่แน่ใจว่าเรื่องนี้
ใช้กับธุรกิจคุณอย่างไร?

ปรึกษาผ่าน LINE

เนื้อหานี้จัดทำเพื่อให้ความรู้ทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยทางกฎหมายหรือภาษีสำหรับข้อเท็จจริงเฉพาะราย กฎหมายและแนวปฏิบัติอาจเปลี่ยนแปลงได้